HealthDoo.Today

เว็บไซต์ความรู้ด้านสุขภาพ และความงาม

ฝ้ากระ การดูแล รักษาและป้องกัน

ฝ้ากระ

ฝ้า กระ หน้าตาเป็นอย่างไร?

ฝ้ากระจะเป็นจุดสีน้ำตาลมีขนาดเล็กพบได้บนผิวหนังทั้งบนใบหน้าและส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย ฝ้าและกระ ถือเป็นปัญหาหนึ่งที่กวนใจสาว ๆ อยู่ไม่น้อยเหมือนกัน

ฝ้ากระ

และสาว ๆ เคยรู้บ้างไหมว่าฝ้าและกระแตกต่างกันอย่างไร วันนี้เรามีคำตอบให้กับสาว ๆ แล้วว่าฝ้ากับกระแตกต่างกันอย่างไรพร้อมแล้วเราไปดูคำตอบกันเลยค่ะ

 

ความแตกต่างระหว่างฝ้ากับกระ

กระจะมีลักษณะเป็นจุดเล็ก ๆ มีสีน้ำตาลอ่อนหรืออาจจะเข้มกว่าสีผิวปกติ โดยจะขึ้นกระจายอยู่ทั่วไปตามผิวหน้าและกระจะมี 4 ประเภทด้วยกันคือ กระตื้น กระลึก กระแดด และกระเนื้อ กระทั้ง 4 ประเภทก็จะมีความแตกต่างกันไป

ส่วนฝ้าจะมีลักษณะเป็นรอยปื้น ๆ ใหญ่ ๆ มีสีน้ำตาลเข้มกว่าสีผิวปกติของเรา โดยทั่วไปแล้วสามารถแบ่งฝ้าออกได้เป็น 2 ชนิดคือ ชนิดตื้นและชนิดลึก สำหรับความแตกต่างของฝ้าทั้ง 2 ชนิดนี้ก็คือ

ระดับความลึกของเม็ดสีชนิดลึก เพราะเม็ดสีที่มีความผิดปกติจะอยู่ที่ชั้นหนังแท้ ส่วนฝ้าชนิดตื้นนั้นจะมีอยู่แค่ตรงชั้นหนังกำพร้าเท่านั้น และความเข้มของเม็ดสีก็ยังมีน้อยกว่าฝ้าชนิดลึกอย่างมากอีกด้วย

 

สาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดฝ้ากับกระ

สาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดตกกระ ก็มาจากเซลล์สร้างเม็ดสีที่อยู่ใต้ผิวหนังหรือที่เรียกว่า เมลานิน มีการผลิตเม็ดสีขึ้นอย่างไม่ปกติสม่ำเสมอ จนทำให้ผิวหนังบางร่วมกับมีลักษณะเป็นจุดเล็ก ๆ สีน้ำตาล ขึ้นกระจายตัวอยู่ทั่วไปบนใบหน้า

และนอกจากผิวหน้าแล้ว พบว่ายังสามารถขึ้นได้ทั้งบริเวณเนินอก หรือผิวที่แขน ซึ่งรังสี UV นี่เองที่เป็นสาเหตุกระตุ้นให้เมลานินผลิตเม็ดสีผิวออกมาเพิ่มมากขึ้น สำหรับทางการแพทย์ก็ยังเชื่ออีกด้วยว่า การเกิดกระยังสามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้ด้วยเช่นกัน

สำหรับสาเหตุของการเกิดฝ้า ก็มาจากปัจจัยหลากหลายประการซึ่งนอกจากแสงแดดเป็นตัวการหลักแล้ว ความร้อนจากเตาไฟในขณะทำอาหารและการที่ฮอร์โมนเพศในร่างกายเกิดการเปลี่ยนแปลง

ก็มีส่วนกระตุ้นทำให้การผลิตเม็ดสีผิวมีความผิดปกติขึ้นได้ สังเกตได้จากหญิงตั้งครรภ์หรือคนที่กินยาคุมกำเนิดก็มักจะมีฝ้าขึ้นปริมาณมาก หรือในกรณีที่มีการแพ้สารเคมีบางชนิดจากเครื่องสำอางและครีมบำรุงผิว

โดยเฉพาะเครื่องสำอางที่มักมีสารเคมีต้องห้ามปะปนในการผลิตบ่อย ๆ เหล่านี้หากไม่ระมัดระวังเลือกใช้ให้ดีก็ล้วนถือเป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิดฝ้าได้เช่นเดียวกันค่ะ

เพราะฉะนั้นหากไม่อยากให้เกิดกระหรือฝ้าก็ควรหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับแสงแดดเป็นเวลานาน ๆ ถ้าจำเป็นต้องออกแดดจริง ๆ ก็ควรสวมเสื้อผ้าหนา ๆ

เพื่อปกป้องแสงแดดหรือทาครีมกันแดดเพื่อปกป้องผิวจากรังสียูวี และครีมกันแดดควรมีค่า SPF ที่สูงเพื่อการป้องกันแสงแดดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

วิธีดูแลรักษากระและฝ้า

1.หลีกเลี่ยงปัจจัยที่ทำให้เป็นฝ้ากระ

ปัญหาฝ้ากระนั้น ต้องเริ่มต้นจากการหลีกเลี่ยงปัจจัยที่จะก่อให้เกิดฝ้ากระ ไม่ว่าจะเป็นแสงแดด โดยการเลือกใช้ครีมกันแดดควรเลือกใช้ครีมกันแดด

ที่สามารถปกป้องผิวได้ทั้งรังสียูวีเอและยูวีบี ที่มีค่า SPF30 มี PA+++ ขึ้นไป แล้วเพื่อเพิ่มความมั่นใจให้ทาครีมกันแดดอย่างน้อยวันละ 2 ครั้งเพื่อป้องกันการเกิดกระและฝ้าค่ะ

2.ลดฝ้ากระด้วย AHA

การใช้กรดผลไม้ที่เรียกว่า AHA ในการขจัดเซลล์ผิวเก่าให้หลุดออกไป เพื่อเร่งการสร้างเซลล์ผิวใหม่ให้ขึ้นมาแทนที่ ซึ่งวิธีนี้นอกจากจะช่วยขจัดเซลล์ผิวเก่าให้หลุดออกไปได้แล้ว

ยังสามารถกำจัดเม็ดสีเมลานินให้หลุดออกไปได้อีกด้วย ถึงแม้ว่าวิธีนี้จะได้ผลช้า แต่นับว่าเป็นวิธีรักษาฝ้ากระที่ปลอดภัย ทำให้รอยกระและฝ้าค่อย ๆ จางลงได้จริงและที่สำคัญควรทำเป็นประจำทุกวันเพื่อผลลัพธ์ที่ดีค่ะ

3.รักษากระและฝ้าด้วยสูตรหัวไชเท้า

สำหรับผู้ที่ต้องการรักษากระและฝ้าด้วยวิธีธรรมชาติ สามารถนำหัวไชเท้าสด ๆ มาปอกเปลือก แล้วนำมาหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ ใส่ในเครื่องปั่น เติมน้ำมะนาวลงไป 1 ช้อนโต๊ะ

แล้วปั่นส่วนผสมให้เข้ากัน จากนั้นนำมาพอกหน้าทิ้งไว้ 15 นาที ทำสัปดาห์ละ 3 ครั้ง หากทำอย่างต่อเนื่องจะช่วยทำให้กระและฝ้าลดลงอย่างเห็นได้ชัดเจนค่ะ

4.รักษากระและฝ้าด้วยสูตรว่านหางจระเข้

นำว่านหางจระเข้มาปอกเปลือก นำส่วนที่เป็นวุ้นมาปั่นให้ละเอียด แล้วพอกลงบนบริเวณที่เป็นกระและฝ้า หรือสามารถใช้ว่านหางจระเข้ในรูปแบบเจลนำมานวดบริเวณที่เป็นกระและฝ้าวันละ 2 ครั้งและหมั่นทำเป็นประจำจะช่วยให้รอยกระและฝ้าจางลงได้ค่ะ

5.รักษากระละฝ้าด้วยไฮโดรควิโนน (Hydroquinone)

การใช้ตัวยา Hydroquinone นี้จะช่วยทำให้กระและฝ้าของคุณจางลงได้อย่างรวดเร็ว เพราะตัวยาดังกล่าวจะเข้าไปยับยั้งการสร้างเม็ดสีเมลานินได้ แต่การรักษากระและฝ้าด้วยไฮโดรควิโนน (Hydroquinone) ก็มีผลเสีย คือ ไฮโดรควิโนน (Hydroquinone)

ตัวนี้สารชนิดหนึ่งจะทำให้โครงสร้างเนื้อเยื่ออ่อนแอลง จนทำให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคผิวหนังที่ร้ายแรง รวมไปถึงโรคมะเร็งผิวหนังได้ อย่างไรก็ตาม หลังจากรักษาด้วยวิธีนี้แล้วก็ควรทาครีมกันแดด และควรหลีกเลี่ยงการเผชิญแสงแดดไปก่อนจะดีที่สุดค่ะ

วิธีการป้องกันการเกิดฝ้าและกระ

ฝ้าและกระ เป็นปัญหาที่กวนใจผู้หญิงอย่างเรา ๆ เป็นอย่างมากแค่ช่วงวัยอายุ 20 ต้น ๆ ก็มีปัญหาฝ้ากระมาคอยกวนใจแล้ว วันนี้เราจะมาแนะนำวิธีป้องกันการเกิดฝ้าและกระพร้อมแล้วเราไปดูวิธีป้องกันฝ้าและกระกันเลยค่ะ

วิธีการป้องกันการเกิดฝ้าและกระ

1.หลีกเลี่ยงความร้อน

ไม่ใช่แค่แสงแดดนะคะ แต่เป็นสารพัดความร้อนที่เราต้องเจอกันบ่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นโคมไฟข้างเตียง ที่ปล่อยความร้อนออกมา หรือแม้แต่กระทั่ง แสงไฟจากหลอดไฟ สมาร์ทโฟน คอมพิวเตอร์

สิ่งเหล่านี้ควรเล่นแค่พอดี และพักผ่อนให้เพียงพอ เมื่อถึงเวลาพักผ่อน จะได้ไม่ต้องเจอกับความร้อนที่ไม่พึ่งประสงค์ และยังได้สุขภาพที่ดีอีกด้วยค่ะ

 

2.ทาครีมกันแดด

แดดเป็นสาเหตุสำคัญเลยค่ะ ที่ทำให้เกิดฝ้าและกระอีกทั้งยังทำให้ผิวเสียอีกด้วย ที่สำคัญก่อนออกจากบ้านควรทาครีมกันแดด ที่มีส่วนในการป้องกัน UV และมีค่า SPF 50 ขึ้นไปอย่างเป็นประจำ

แม้จะอยู่ในห้องแอร์ หรืออยู่ในที่ร่มก็ต้องทาค่ะ ต้องทาอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง เช้าและกลางวันค่ะ

 

3.เลี่ยงเครื่องสำอางที่มีน้ำหอม

เครื่องสำอาง มีส่วนทำให้ผิวเกิดความระคายเคือง และเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดฝ้าและกระ ที่สำคัญคุณควรหลีกเลี่ยงเครื่องสำอางที่มีน้ำหอมและแอลกอฮอล์

รวมถึงเครื่องสำอางในกลุ่มไวท์เทนนิ่ง ดังนั้น สาวที่ใช้เครื่องสำอางที่เป็นกลุ่มไวท์เทนนิ่ง ต้องทากันแดดกันด้วยนะคะเพื่อป้องกันการเกิดฝ้าและกระค่ะ

 

4.ยาเม็ดคุมกำเนิด

ยาคุมกำเนิด บางประเภททำให้ผิวบาง ไวต่อแดดและสามารถทำให้เป็นกระฝ้าได้มากขึ้น เช่น ยาคุมกำเนิดชนิดทาน ใครที่ทานแล้วพบว่ามีกระฝ้าเยอะและหนาขึ้น

ควรปรึกษาแพทย์เพื่อเปลี่ยนไปใช้ยาคุมกำเนิดประเภทอื่นแทนดีกว่าค่ะเพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดฝ้ากระขึ้นบนใบหน้าของคุณได้ค่ะ

 

5.รับประทานอาหารที่ช่วยให้ผิวแข็งแรง

การดูแลผิวทั้งภายนอกและภายในเป็นการดูแลผิวที่ดีอย่างหนึ่งนะคะหากผิวของเราแข็งแรงก็จะทำให้เกิดกระฝ้าได้ยาก และอาหารก็เป็นสิ่งสำคัญที่เราต้องใส่ใจเป็นพิเศษและอาหารที่ทานเข้าไปแล้วสามารถทนฝ้า

และกระได้นั่นก็คืออาหารที่มีวิตามินเอ วิตามินซีและ วิตามินอีนั้นเองค่ะ และวิตามินเหล่านี้ มีทั้งในผักและผลไม้เลยนะคะลองหามารับประทานกันดูเพื่อปกป้องผิวให้แข็งแรงและไม่ทำให้เกิดฝ้ากระได้ค่ะ

 

บทสรุป

การดูแลรักษาฝ้ากระบนใบหน้าต้องทำอย่างต่อเนื่องเพื่อผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพ หากรักษาฝ้ากระแล้วยังไม่ลดเลือน คุณควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านผิวหนังและหาวิธีรักษาฝ้าที่เหมาะสม

และที่สำคัญหากคุณมีความจำเป็นที่จะต้องออกแดดเป็นเวลานาน ๆ ก็ควรทาครีมกันแดดหรือโลชันที่มีส่วนผสมของครีมกันแดดทุกครั้งเมื่อต้องเผชิญกับแสงแดดเพื่อปกป้องผิวจากรังสียูวีซึ่งเป็นตัวการก่อให้เกิดฝ้า กระ และจุดด่างดำค่ะ

 

ขอบคุณข้อมูลจาก
https://www.sanook.com/women/55303/