HealthDoo.Today

เว็บไซต์ความรู้ด้านสุขภาพ และความงาม

สิวหิน การดูแล รักษาและป้องกัน

สิวหิน 

ปัญหาผิวพรรณของหนุ่มสาวทุกเพศทุกวัยที่มักสร้างความกังวลใจ และ ความไม่มั่นใจคงจะหนีไม่พ้นปัญหาสิวที่ขึ้นอยู่บนผิวหน้า ซึ่งใคร ๆ ก็อยากมีใบหน้าที่ใสไร้สิวด้วยกันทั้งนั้น เรามาดูกันค่ะว่าสิวเกิดจากอะไร และ สาเหตุของการเกิดสิวนั้นมีอะไรบ้าง

สิวหิน
CR. https://artikelzine.wordpress.com/2014/09/10/stone-causes-of-acne/

สิว เกิดจากอะไร

สิวเกิดจากการอักเสบของต่อมไขมัน (sebaceous) ซึ่งเรามักจะพบสิวในบริเวณที่มีต่อมไขมันอยู่หนาแน่น เช่น ใบหน้า หน้าอก หลังส่วนบน คอไหล่ และ สาเหตุของการเกิดสิว มีดังนี้

1. การติดเชื้อแบคทีเรีย Propionibacterium acne หรือ Acne เป็นสาเหตุที่สำคัญในการเกิดสิว เนื่องจากทำให้แบคทีเรียไมโครไบโอม (Microbiome) บนผิวไม่สมดุล

ซึ่งแบคทีเรียไมโครไบโอม ที่สมดุลจะมีประโยชน์ต่อการสร้างเกราะป้องกันผิว หากมีไม่สมดุลผิวจะอ่อนแอ และ ทำให้เกิดสิวได้

2. ความเครียด คนเราเมื่อมีความเครียด ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล ซึ่งจะไปกระตุ้นให้เซลล์ผิวหนังผลิตน้ำมันออกมามากขึ้น ทำให้เกิดสิวได้

3. การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ในช่วงวัยรุ่นระดับฮอร์โมนแอโดรเจน (androgen) จะสูง โดยเฉพาะในเพศชาย ฮอร์โมนนี้จะไปกระตุ้นให้ต่อมไขมันมีขนาดใหญ่ขึ้น และ มีการสร้างไขมันออกมามากขึ้น

จึงพบสิวในช่วงอายุนี้มากกว่าช่วงอายุอื่น เมื่อมีการสร้างไขมันออกมามากขึ้นทำให้มีการอุดตันของรูขุมขนตามมา เกิดเป็นสิวอุดตัน และ กลายเป็นสิวอักเสบในที่สุด

4. กรรมพันธุ์ หากมีบุคคลในครอบครัวเป็นสิว และ มีสภาพผิวมันจะมีโอกาสเป็นสิวได้มากกว่าผิวชนิดอื่น ซึ่งผู้ที่มีผิวมันจะมีรูขุมขนกว้าง หน้ามันเยิ้ม ทำให้เกิดสิ่งสกปรกสะสมจึงง่ายต่อการเกิดสิว

5. การใช้เครื่องสำอาง หรือ ครีมบำรุง เครื่องสำอางบางประเภทมีน้ำมันเป็นส่วนประกอบ โดยเฉพาะผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย จะทำให้เกิดการอุดตัน ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดสิว

ในวันนี้ เราจะมาพูดถึง “สิวหิน” ว่า คืออะไร เกิดขึ้นได้อย่างไร และ วิธีดูแลรักษา และ ป้องกันไม่ให้เกิดสิวหินนั้นมีอะไรบ้าง

 

สิวหิน คือ อะไร

สิวหินเป็นเนื้องอกชนิดหนึ่ง แต่เป็นชนิดที่ไม่ร้ายแรง และ จะไม่กลายเป็นมะเร็งโดยจะมีลักษณะเป็นเม็ดกลม ๆ เล็ก ๆ มักจะมีสีขาว หรือ สีเดียวกับผิวเรา มักขึ้นบริเวณโหนกแก้ม หรือ ใต้ตา หรือ อาจพบบริเวณรักแร้ หน้าท้อง คอ อก

สิวหิน คือ อะไร

สิวหิน เกิดจากอะไร

สิวหินเกิดจากเซลล์จากต่อมเหงื่อผลิตมากเกินไป จนทำให้เกิดการอุดตันที่รูขุมขนใต้ชั้นผิวหนังที่ค่อนข้างลึก จึงไม่สามารถกดออกมาได้ และ สาเหตุที่จะกระตุ้นให้เซลล์ต่อมเหงื่อผลิตมากขึ้นจนเกิดสิวหินได้แก่ พันธุกรรม ซึ่งเป็นสาเหตุหลัก

ซึ่งจะสังเกตได้ว่าหากคนใดคนหนึ่งในครอบครัวเป็นสิวหินคนอื่น ๆ ก็มักจะมีสิวหินด้วย ผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวาน ก็มีโอกาสเป็นสิวหินง่าย เนื่องจากเป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของคอลลาเจน

การรักษาสิวหิน

สามารถทำได้หลายวิธี เช่น การใช้ยากลุ่ม Isotretinoin ซึ่งวิธีนี้บางคนก็ใช้ไม่ได้ผล หรือ อาจใช้วิธีผ่าเปิดเอาสิวออก แต่วิธีนี้ก็จะทำให้เกิดรอยแผลเป็น และ วิธีที่นิยมใช้กันมากในการรักษาสิวหิน คือ การใช้เลเซอร์

และ การจี้ด้วยกระแสไฟฟ้า เนื่องจากจะเห็นผลได้ดี และ มีรอยแผลไม่มาก หลังทำการรักษาสิวหินมักไม่เกิดซ้ำในตำแหน่งเดิม แต่ก็ยังสามารถเกิดขึ้นได้ในตำแหน่งอื่น ๆ บนใบหน้า

 

5 วิธีรักษาสิวหิน

1. รักษาด้วยเลเซอร์

หากใช้วีเลเซอร์รักษาสิวหิน จะทำให้ใบหน้ากลับมาสวยใสได้เหมือนเดิม แต่ราคาค่อนข้างสูง

รักษาด้วยเลเซอร์
CR. https://www.girlsallaround.com/10-to-stop-when-acne/get-rid-of-acne-laser-treatment/

 

2. รักษาด้วยเข็ม

แนะนำให้หาที่กดสิวมาสัก 1 อัน แล้วนำด้านเข็มกดลงไปที่สิวหิน เมื่อกดแล้วใช้อีกฝั่งกดเน้น ๆ ให้หัวสิวด้านในดันออกมา ซึ่งถ้าไม่มั่นใจในฝีมือของตัวเอง หรือ กลัวว่าผิวจะบอบช้ำมาก แนะนำให้ไปพบแพทย์ผิวหนัง เพื่อให้แพทย์ทำการรักษาให้ค่ะ

รักษาด้วยเข็ม
CR. https://www.livescience.com/29494-acupuncture.html

 

3. รักษาด้วยปูนแดง

การรักษาด้วยวิธีนี้เป็นการรักษาสิวหินแบบบ้าน ๆ ที่ได้ผลชะงัด เพียงแค่นำปูนแดงมาผสมน้ำเล็กน้อย เมื่อผสมแล้วนำมาแต้มไว้ตรงสิวหินวันละ 1 – 2 ครั้ง สิวหินก็จะแห้ง และ หลุดออกไปเอง โดยที่ไม่ต้องใช้แรงกดใด ๆ

รักษาด้วยปูนแดง
CR. http://bitcoretech.com/make-red-lime-water-in-budget-5/make-red-lime-water-1/

 

4. รักษาด้วยครีมที่ผสมเรตินอล

วิธีนี้ต้องอาศัยความอดทน เพราะต้องใช้เวลาในการรักษา โดยการหาครีมที่มีส่วนผสมของเรตินอลมาแต้มลงบนสิวหิน เมื่อใช้เป็นประจำพวกหัวสิวที่อุดตันอยู่ด้านในก็จะหลุดออกมาเอง

รักษาด้วยครีมที่ผสมเรตินอล
CR. https://koreanskincaretips.com/retinol-korean-skincare/

 

5. รักษาด้วยการผลัดเซลล์ผิว

การผลัดเซลล์ผิวด้วยวิธีธรรมชาติ หรือ ผลัดเซลล์ผิวด้วยสารเคมี สามารถช่วยกำจัดสิวหินให้ออกไปได้ดีไม่แพ้กัน ซึ่งถ้าไม่อยากเสียเวลาไปพบแพทย์ผิวหนังเพื่อทำการผลัดเซลล์ผิวด้วยสารเคมี แนะนำให้หาผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิวที่หาซื้อได้ทั่วไปมาใช้เพื่อทำเองก็ได้

รักษาด้วยการผลัดเซลล์ผิว
CR. https://www.womenshealthmag.com/beauty/a19775624/how-to-exfoliate-face/

 

การป้องกันการเกิดสิวหิน

การใช้เครื่องสำอางที่ไม่ได้คุณภาพ และ การตกค้างของเครื่องสำอางบนใบหน้า เนื่องจากการล้างหน้าไม่สะอาด และ การตากแดดเป็นเวลานาน คือสาเหตุที่ทำให้เกิดสิวหิน ซึ่งการป้องกันการเกิดสิวหินสามารถทำได้ดังนี้

1. ทำความสะอาดใบหน้า โดยเช็ดล้างเครื่องสำอาง และ สิ่งสกปรกให้หมดจด

2. หลีกเลี่ยงการใช้เครื่องสำอางที่ไม่ได้คุณภาพ เนื่องจากอาจทำให้อุดตันรูขุมขน

3. ลดการแต่งหน้า และ ใช้เครื่องสำอางให้น้อยลง การแต่งหน้าที่หนาเกินไปอาจเกิดการอุดตันได้

4. ใช้ครีมบำรุงรอบดวงตา เพื่อช่วยลดจำนวนสิวหินรอบดวงตา แต่ต้องเป็นครีมบำรุงชนิดที่ไม่มีสารระคายเคือง

5. ทาครีมกันแดดเนื้อบางเบาที่ไม่มีสารระคายเคือง เพื่อลดการเกิดสิวหิน และ การอุดตัน โดยเลือกครีมกันแดดที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติ ที่ประกอบด้วยสาร Titanium dioxide หรือ Zinc oxide ที่ไม่เป็นอันตรายต่อผิว

 

การรักษาสิวหินบางวิธีอาจรักษาได้เพียงชั่วคราว หลังจากนั้นสิวหินก็จะกลับมาเป็นอีก วิธีที่ดี คือ ควรป้องกันการเกิดสิวหินด้วยการดูแลผิวหน้าให้มากขึ้น โดยการรักษาความสะอาดบนใบหน้า ล้างหน้าให้สะอาด เพื่อป้องกันสิ่งตกค้าง และ ควรเลือกใช้เครื่องสำอางที่เหมาะกับผิว

ขอขอบคุณข้อมูลจาก…
1. https://www.sanook.com/women/141109/
2. https://www.honestdocs.co/syringoma
3. https://goodlifeupdate.com/lifestyle/114160.html
4. https://women.kapook.com/view139281.html