HealthDoo.Today

เว็บไซต์ความรู้ด้านสุขภาพ และความงาม

เลเซอร์รอยสิวคืออะไร

เลเซอร์รอยสิวคืออะไร

เลเซอร์รอยสิว เป็นวิธีการที่แพทย์จะใช้อุปกรณ์ยิงลำแสงเลเซอร์ไปบนผิวหนังบริเวณที่เป็นรอยสิว  ลักษณะคล้ายแสงแฟลชมาใช้ในการรักษาและแก้ปัญหาผิวพรรณ เพื่อกำจัดผิวหนังชั้นนอกที่เกิดความเสียหายหลังการเกิดสิวนั้นทิ้งไป

เลเซอร์รอยสิว
CR. https://ruonaa.com/products/acne-laser-pen-skin-spots-removal-pen-anti-varicose-spider-vein-eraser-treatment

ช่วยฟื้นฟูสภาพผิวและรอยดำที่เกิดจากการทำร้ายของแสงแดดลดสิว ฝ้า กระ รอยแดง รอยดำให้จางลง และกระตุ้นเซลล์ผิวใหม่ในผิวชั้นกลาง พร้อมทั้งกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอิลาสตินใต้ผิวหนังแลดูเนียนใสสุขภาพดี โดยใช้หลักการทำเดียวกับการทำเลเซอร์ผิวหนัง (Laser Skin)

เลเซอร์ที่ใช้ในการรักษารอยสิว มีอยู่ 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือ

1. Ablative (เลเซอร์ชนิดที่ทำให้ผิวเกิดอาการลอก)

เป็นเลเซอร์ที่ใช้ในการรักษารอยสิวได้อย่างมีประสิทธิภาพและเห็นผลลัพธ์ชัดเจน เลเซอร์ชนิดนี้จะยิงทำลายเนื้อเยื่อเหล่านั้น เป็นเลเซอร์ที่ทำให้ผิวเกิดอาการลอก

เลเซอร์ประเภทนี้ที่พบได้บ่อยได้แก่ Erbium YAG และ CO2 โดยจะทำให้ทำลายรอยแผลเป็นบริเวณผิวหน้าและทำให้เส้นใยคอลลาเจนบริเวณใต้ผิวหน้าหนาแน่นขึ้น การทำเลเซอร์ชนิดนี้จะต้องใช้เวลารักษาตัวค่อนข้างนาน

2. Non-Ablative (เลเซอร์ชนิดที่ไม่ทำให้ผิวเกิดอาการลอก)

เลเซอร์ชนิดนี้จะใช้เวลาในการรักษาตัวหลังการทำน้อยกว่า แต่ให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนน้อยกว่าเลเซอร์ชนิดแรก

เลเซอร์ชนิดนี้จะไม่ทำลายเนื้อเยื่อของผิวแต่จะกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและทำให้ผิวแน่นขึ้น เป็นเลเซอร์ที่ไม่ทำให้ผิวเกิดอาการลอก ตัวอย่างของเลเซอร์ชนิดนี้ได้แก่ Diode และ NdYAG

ประเภทของเลเซอร์ที่นิยมใช้ในการรักษารอยสิวได้แก่

CO2 Laser Treatment

เป็นวิธีที่ให้ผลลัพธ์ได้ชัดเจนในการรักษารอยแผลเป็นจากสิว Fractional CO2 จะสร้างรูขนาดเล็กบริเวณชั้นผิว ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในบริเวณนั้น และทำให้รอยแผลเป็นเรียบและจางลง

CO2 Laser Treatment
CR. https://www.northtexasplasticsurgery.com/acupulse-co2-laser

Fractional Laser Treatment

วิธีนี้จะใช้คลื่นแสงขนาดเล็กที่มีขนาดและความหนาแน่นแตกต่างกันเพื่อให้เหมาะสมกับความต้องการของแต่ละคน ซึ่งวิธีนี้ยังช่วยในการกำจัดรอยแผลเป็นจากสิวและป้องกันการก่อตัวของรอยแผลเป็นใหม่อีกด้วย

Fractional Laser Treatment
CR. https://www.schweigerderm.com/cosmetic-dermatology/laser-treatments/fractional-co2/

Intense Pulsed Light

เป็นคลื่นแสงความเข้มสูง ช่วยแก้ปัญหาผิวหน้าหมองคล้ำ รอยดำ รอยแดง จุดด่างดำ รูขุมขนกว้าง กระ ฝ้า ริ้วรอย และผิวหย่อนคล้อยเล็กน้อย โดยอาศัยหลักการของแสงที่ช่วยในการบำบัดผิว รักษาริ้วรอยจุดด่างดำ

และปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ IPL เหมาะในการใช้รักษารอยดำจากสิว เลเซอร์ชนิดนี้จะไม่ส่งผลต่อพื้นผิวของหน้า แต่จะโฟกัสไปที่สีของรอยนั้นแทนและจะกระตุ้นสีผิวให้กลับมาเป็นสีผิวปกติ

Smoothbeam Laser Treatment

เลเซอร์ชนิดนี้ไม่ทำให้ผิวลอกและเห็นผลในการลดรอยสิวและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนของผิว  การรักษาชนิดนี้ใช้ระบบให้ความเย็น DCD (Dynamic cooling device) ในการทำให้ผิวหนังชั้นบนได้รับการปกป้อง

จากนั้นจะตามด้วยเลเซอร์ยิงไปยังบริเวณผิวด้านบน ความร้อนที่เกิดขึ้นจากเลเซอร์จะกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนของชั้นผิวที่ลึกลงไป และเติมเต็มรอยสิวจากภายใน วิธีนี้จำเป็นที่จะต้องทำหลายครั้งเพื่อรักษารอยแผลเป็นให้จางลง

Smoothbeam Laser Treatment
CR. https://www.cosmedical.com/laser-light-treatments/smoothbeam-laser-treatment/

eMatrix Sublative Rejuvenation

แพทย์จะใช้คลื่นวิทยุ หรือคลื่นไฟฟ้าในการทำให้ผิวเรียบเนียนได้ โดยคลื่นแต่ละคลื่นจะถูกส่งไปยังผิว และกระตุ้นการทำงานของไฟโบรบลาสต์ (Fiboblast) ซึ่งเป็นเซลล์ที่ผลิตคอลลาเจนและอิลาสติน

ทำให้เกิดการฟื้นฟูคอลลาเจนในบริเวณนั้น ๆ เนื้อเยื่อบริเวณใกล้เคียงก็ทำหน้าที่ช่วยเหลือในกระบวนการฟื้นฟูนั้นด้วย ซึ่งช่วยลดรอยแผลของสิวและริ้วรอยต่าง ๆได้

Profractional Laser Treatment

เป็นการใช้เลเซอร์ Erbium:YAG ในการสร้างรูเล็ก ๆ ภายในเนื้อเยื่อผิวของคุณเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและทำให้รอยแผลเป็นจางลง เป็นเลเซอร์ที่นิยมนำมาใช้ในการกำจัดจุดด่างดำ

เพราะมันสามารถเข้าไปทำให้เม็ดสีกระจายตัวและกลายเป็นสะเก็ดแผลหลังทำ และจะหลุดออกไปเองตามธรรมชาติ เลเซอร์ชนิดนี้ไม่เพียงรักษารอยแผลเป็นจากสิวเท่านั้น ยังช่วยทำให้ผิวเต่งตึง ลดริ้วรอย ทำให้ผิวหน้าดีขึ้น และช่วยลดความเสียหายจากผิวที่เกิดจากรังสี UV อีกด้วย

Profractional Laser Treatment
CR. https://www.skinspirations.com/services/laser-resurfacing-profractional-tampa/profractional/

V-Beam Laser/ Pulsed Dye Laser (PDL)

เลเซอร์ชนิดนี้จะช่วยแก้ปัญหารอยแดงจากสิว เลเซอร์จะไปตรงเข้าไปบริเวณเส้นเลือดที่มีการขยายใหญ่ขึ้นซึ่งทำให้เกิดรอยแดง ความร้อนจากเลเซอร์จะทำลายสารอาหารและออกซิเจนบริเวณส่วนบนของผิวบริเวณนั้น เมื่อเซลล์ผิวที่ตายแล้วหลุดออก เซลล์ใหม่ก็จะมีการสร้างตัวขึ้นในบริเวณนั้น

PRP and Microneedling

วิธีนี้แพทย์ผิวหนัง จะใช้เครื่องมือพิเศษหรือเข็มขนาดเล็กในการจิ้มลงไปที่ผิวเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน วิธีนี้เรียกอีกอย่างนึกว่า CIT (Collagen Induction Therapy) แพทย์อาจใช้ PRP (Platelet-rich plasma injections)

ในการรักษาร่วมด้วย ซึ่งเมื่อใช้ทั้งสองอย่างร่วมกันสามารถทำให้กระบวนการฟื้นฟูของผิวตามธรรมชาติรวดเร็วขึ้นได้ งานวิจัยยังชี้ว่า ทั้งสองวิธีให้ผลลัพธ์ค่อนข้างดีในการรักษารอยแผลเป็นจากสิวและทำให้ผิวดีขึ้นได้

ข้อดีของเลเซอร์รอยสิว

การทำเลเซอร์รอยสิว สามารถเลือกทำเฉพาะจุดที่ต้องการได้ จึงทำให้ผิวบริเวณอื่นไม่ได้รับผลกระทบไปด้วย

-ไม่มีส่วนผสมของสารเคมีหรือสารกันเสีย จึงไม่ก่อให้เกิดการแพ้

-ทำแล้วสามารถเห็นผลชัดเจน

-เป็นวิธีการที่ดีกว่าการทำศัลยกรรม เพราะทำเสร็จไม่จำเป็นต้องพักฟื้น สามารถกลับบ้านได้เลย

มีขั้นตอนการทำอย่างไรบ้าง

ผู้ที่ต้องการทำเลเซอร์รอยสิว เพื่อรักษาปัญหา ริ้วรอย แผลเป็นต่าง ๆ ที่เกิดจากรอยสิว ควรเตรียมตัวให้พร้อม

การเตรียมตัวก่อนเข้ารับการรักษาเลเซอร์รอยสิว

-โดยเริ่มตั้งแต่การเลือกประเภทหรือวิธีรักษาของเลเซอร์ไปจนถึงก่อนเข้ารับการรักษา

-ปรึกษาแพทย์ ผู้ที่จะทำเลเซอร์รอยสิว ควรเริ่มจากการปรึกษาแพทย์ เพื่อปรึกษาเกี่ยวกับวิธีการรักษารอยแผลเป็นที่เกิดจากสิว แพทย์จะซักประวัติอาการป่วยหรือการใช้ยาและประวัติการแพ้ยาต่าง ๆ

และโรคประจำตัว หากผู้ป่วยเคยเป็นโรคเริมที่ปากควรให้ข้อมูลดังกล่าวด้วย เนื่องจากการทำเลเซอร์ที่ใบหน้าอาจส่งผลกระทบต่อปัญหาดังกล่าว

-หยุดและใช้ยาบางอย่าง ผู้ที่ตัดสินใจทำเลเซอร์ผิวหนังจะต้องหยุดใช้ยาหรืออาหารเสริมบางอย่าง เช่น ยาแอสไพริน ไอบูโพรเฟน หรือวิตามินอี เนื่องจากยาหรืออาหารเสริมเหล่านี้จะทำให้เลือดหยุดยาก ควรหยุดกินก่อนทำเลเซอร์รอยสิว 10 วัน

-ควรงดสูบบุหรี่เป็นเวลา 2 สัปดาห์ทั้งก่อนและหลังเข้ารับการรักษา เนื่องจากการสูบบุหรี่จะทำให้ฟื้นตัวได้ช้า

-เลี่ยงออกแดด ก่อนทำเลเซอร์รอยสิวควรเลี่ยงออกแดดในตอนที่แดดแรง และใช้ครีมกันแดดเมื่อต้องออกแดดเสมอ

ขั้นตอนการทำเลเซอร์รอยสิว

ขั้นตอนการทำเลเซอร์โดยทั่วไป จะมีขั้นตอนที่ไม่ซับซ้อน และใช้เวลาประมาณ 15-40 นาที ขึ้นอยู่กับปัญหาผิว และบริเวณที่ทำการรักษา ดังนี้

1. ทำความสะอาดหน้า

ขั้นตอนแรกคือการทำความสะอาดหน้า หน้าจะต้องสะอาดก่อนการทำเลเซอร์

2. เข้ารับการทำเลเซอร์

-การทำเลเซอร์ชนิดที่ทำให้ผิวเกิดอาการลอก (Ablative Laser Resurfacing)

เมื่อแพทย์ทำความสะอาดผิวใบหน้าจนสะอาดหมดแล้ว จากนั้นจะปิดตาผู้ป่วยไว้ และให้ยาชาเฉพาะที่ หรือบางครั้งอาจให้ยาทำให้หลับแทนหากต้องทำเลเซอร์ทั่วใบหน้า หลังจากนั้นแพทย์จะยิงเลเซอร์ไปตรงจุดที่ต้องการรักษา

แสงเลเซอร์จะทำลายผิวชั้นนอกหรือหนังกำพร้า และส่งผ่านความร้อนไปที่หนังแท้ ทำให้เส้นใยคอลลาเจนหดตัว เมื่อแผลจากเลเซอร์หายแล้ว จะเกิดผิวใหม่ที่เรียบและบางขึ้นมา

โดยทั่วไปแล้ว การทำเลเซอร์ชนิดนี้ใช้เวลาประมาณ 30 นาที-2 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับเทคนิคที่ใช้และขนาดของผิวที่ต้องรักษา

– การทำเลเซอร์ชนิดที่ไม่ทำให้ผิวเกิดอาการลอก (Non-ablative Laser Resurfacing)

เมื่อแพทย์จะทำความสะอาดใบหน้าเสร็จแล้ว จะปิดตาผู้ป่วย และอาจให้ยาชาเฉพาะที่เช่นเดียวกับการทำเลเซอร์แบบแรก ทั้งนี้ แพทย์อาจใช้สารที่ทำให้เย็น ทาบริเวณที่จะยิงเลเซอร์เพื่อปกป้องผิวชั้นนอก

เมื่อแพทย์ยิงเลเซอร์ แสงเลเซอร์จะกระตุ้นให้ผลิตคอลลาเจนขึ้นมาใหม่ รวมทั้งกระชับผิวและปรับสภาพโทนสีผิวให้ดีขึ้น โดยทั่วไปแล้ว จะใช้เวลาทำเลเซอร์ประมาณ 15 นาที -1 ชั่วโมงครึ่ง

 

หลังการทำเลเซอร์รอยสิว
CR. https://www.facendental.com/lasers-for-acne-scars/

หลังการทำเลเซอร์รอยสิว

-การทำเลเซอร์ชนิดที่ทำให้ผิวเกิดอาการลอก ผิวหนังที่ถูกยิงเลเซอร์จะบวมและเกิดอาการระคายเคืองหลังรับการรักษา แพทย์อาจทาขี้ผึ้งและปิดแผลบริเวณที่ยิงเลเซอร์อย่างดีไม่ให้สัมผัสน้ำหรืออากาศได้

เมื่อเกิดอาการปวดแผล ควรรับประทานยาแก้ปวดและประคบน้ำแข็งเพื่อบรรเทาอาการให้ทุเลาลง

-การทำเลเซอร์ชนิดที่ไม่ทำให้ผิวเกิดอาการลอก หลังเข้ารับการทำเลเซอร์แล้ว อาจทำให้เกิดรอยแดงหรือบวมขึ้นสักระยะหนึ่ง ผู้ป่วยอาจใช้น้ำแข็งประคบ รวมทั้งสามารถกลับไปแต่งหน้าและทำกิจกรรมอื่น ๆ ได้ตามปกติทันที

วิธีดูแลผิวหลังทำเลเซอร์รอยสิว

-ควรทำความสะอาดผิวหนังบริเวณที่ถูกยิงเลเซอร์วันละ 4-5 ครั้ง และหมั่นทาขี้ผึ้งเพื่อไม่ให้เกิดสะเก็ดแผล

-เวลานอนอาจนำหมอนมารองหนุนให้สูงเพื่อช่วยลดอาการบวมที่เกิดขึ้นหลังจากทำเลเซอร์ผิวหนัง

-ควรใช้ครีมกันแดดที่มี SPF 30 ขึ้นไป หลังทำเลเซอร์เพราะผิวหลังจากที่ทำเลเซอร์จะบาง

-ควรเลี่ยงออกแดด และสวมเสื้อผ้าให้มิดชิดบริเวณที่ทำเลเซอร์

-ควรบำรุงเซลล์ผิวใหม่ให้ชุ่มชื้น โดยทามอยเจอร์ไรเซอร์บำรุงผิว

ขอบคุณข้อมูลจาก
https://www.raksasew.com /222/?=วิธีรักษาสิวที่ดีที่สุด/