HealthDoo.Today

เว็บไซต์ความรู้ด้านสุขภาพ และความงาม

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา คืออะไรมีขั้นตอนการทำอย่างไรบ้าง

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาคืออะไรมีขั้นตอนการทำอย่างไรบ้าง

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา
CR. http://chelseapearl.com/2019/03/08/all-about-under-eye-filler/

ฟิลเลอร์คืออะไร

ฟิลเลอร์ คือ สารเติมเต็มที่เรียกว่า เฮยาลูโรนิค แอซิด ( Hyaluronic Acid )  ส่วนใหญ่แล้วแพทย์จะใช้ฟิลเลอร์เพื่อลดและแก้ไขปัญหาจุดบกพร่อง ริ้วรอยร่องลึก ที่เกิดขึ้นบริเวณต่าง ๆ ของใบหน้า เช่น เติมริมฝีปาก ร่องแก้ม หน้าผาก ร่องลึกริมฝีปาก ใต้ตา รอบดวงหน้า

ช่วยให้ผิวเรียบ เต่งตึงขึ้น  ให้มีความอวบอิ่ม ยกกระชับใบหน้าให้อ่อนเยาว์  และนอกจากผิวหน้าแล้วยังสามารถใช้กับส่วนอื่น ๆ ของร่างกายไม่ว่าจะเป็นบริเวณลำคอ หลังมือ หรือบริเวณผิวหน้าอกที่หย่อนคล้อยก็สามารถทำได้

ฟิลเลอร์สามารถฉีดตรงไหนได้บ้าง

-ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา เป็นการฉีดแก้ใต้ตาคล้ำเพราะร่องลึกรอบดวงตา

-ฉีดฟิลเลอร์คาง เป็นการปรับรูปหน้าให้ดูเรียวขึ้น เสริมคางให้เรียวสวย

-ฉีดฟิลเลอร์ปากกระจับช่วยให้ปากดูอวบอิ่ม ฉีดให้คิ้วดูยกขึ้น

-ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม แก้ปัญหาแก้มตอบ แก้ขมับบุ๋ม เพิ่มหรือลดขนาดโหนกแก้ม

-ฉีดฟิลเลอร์ปรับรูปหน้าปรับรูปคาง เสริมจมูก ปรับรูปจมูกให้ได้สัดส่วน

-ฟิลเลอร์เติมเต็มลำคอ เนินอก และ หลังมือให้อวบอิ่ม

 

 ฟิลเลอร์ใต้ตา

 ฟิลเลอร์ใต้ตา
CR. https://dermcollective.com/under-eye-filler-cost/

ฟิลเลอร์ใต้ตาคืออะไร

การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาก็คือ การฉีดคอลลาเจน “ Hyaluronic Acid : HA” เข้าไปในส่วนของใต้ตา เพื่อเติมเต็มรอยใต้ตา ให้ดูมีน้ำมีนวลขึ้น ร่องลึกดูตื้นขึ้น ริ้วรอยลดลง และทำให้หน้าดูเด็กลง เหมาะสำหรับผู้ที่จะแก้ไขปัญหาใต้ตาลึก

ใต้ตาคล้ำ ร่องน้ำตาที่ทำให้ดูไม่สดใสเพื่อทำให้ถุงใต้ตาดูน้อยลง หรือเพื่อเติมให้ร่องใต้ตาดูเต็มขึ้น การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาบริเวณนี้มีเส้นเลือดค่อนข้างมาก

ดังนั้นแพทย์จะต้องเป็นผู้ที่มีความชำนาญมากเป็นพิเศษเพื่อป้องกันอันตรายและผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้ การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาจะช่วยให้ใบหน้าโดยรวมอ่อนเยาว์ สดชื่นขึ้นอย่างชัดเจนและสามารถช่วยป้องกันการเกิดถุงใต้ตาในอนาคตได้อีกด้วย

 

ฟิลเลอร์ที่ใช้ฉีดใต้ตา 2 ชนิด

-ชนิดที่ 1 ใช้ฉีดเพื่อทดแทนการยุบตัวของกระดูกในผิวชั้นลึก คือ Restylane perlane lyft เมื่อฉีดเข้าไปแล้วสามารถอยู่ได้ 12 เดือน และ Juvederm voluma  อยู่ได้ 18 เดือน เพราะสามารถยกพยุงผิวได้ใกล้เคียงกับกระดูกมากที่สุด

-ชนิดที่ 2 ใช้ฉีดเพื่อเก็บรายละเอียดในร่องใต้ตาชั้นบน ตัวที่เหมาะที่สุดคือ Restylane vital light สามารถอยู่ได้ 6 เดือน เนื้อละเอียด ไม่เป็นก้อน

ข้อปฏิบัติก่อนฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

-การเลือกคลินิก

ก่อนอื่นต้องศึกษาหาข้อมูล ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาที่ไหนดีก่อน เช่น รีวิวจากคนไข้ที่มาทำจริงที่คลินิกนั้น ๆ ดังนั้นควรเริ่มจาการพิจารณาจากรีวิวในแหล่งที่เป็นกลางและน่าเชื่อถือและรีวิวควรมีความเป็นปัจจุบัน เป็นคลีนิกที่ได้มาตรฐานผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยา มีเลขทะเบียนถูกต้อง

-เลือกจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาเป็นหัตถการที่ต้องอาศัยความชำนาญในการทำสูง ต้องอาศัยแพทย์ที่มีประสบการณ์ และความชำนาญในการทำ เพื่อให้เกิดการบวมช้ำน้อยที่สุด

ควรดูจากเคสรีวิวในคลินิกนั้น ๆ และแหล่งที่เชื่อถือได้ ประสบการณ์ของแพทย์ และความน่าเชื่อถือของคลินิกเป็นหลัก

-ก่อนทำควรงดยา แอสไพริน ควรงดวิตามิน Johns Wort, ginko biloba, primrose oil, garlic, ginseng, and Vitamin E เป็นเวลา 1 อาทิตย์

-หากมีโรคประจำตัว หรือยาที่กินเป็นประจำอื่น ๆ ควรเตรียมข้อมูลไว้เพื่อแจ้งกับแพทย์ก่อน

-ก่อนทำฟิลเลอร์ใต้ตาควรงดดื่มแอลกอฮอล์ อย่างน้อย 24 ชม. ก่อนทำ

-ควรงดกิจกรรมที่ทำให้เลือดสูบฉีด 24 ชม. ก่อนทำ เช่น เข้าซาวน่า ออกกำลังกายชนิด cardio

ก่อนทำฟิลเลอร์ใต้ตา ประมาณ 30 นาที แพทย์จะพิจารณา ฉีดยาลดบวมและกินยาปฏิชีวนะในบางเคส ยาฆ่าเชื้อ เพื่อลดความเสี่ยงในการบวมช้ำ และลดความเสี่ยงในการอักเสบติดเชื้อ

 

ระยะเวลาในการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา และเริ่มเห็นผล

การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา โดยทั่วไปแพทย์ใช้เวลาในการฉีดประมาณ 30-60 นาที ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ฉีดด้วย จะรู้สึกเจ็บเพียงเล็กน้อย ในบางรายหลังฉีดอาจมีอาการเจ็บ บวม ปวด คัน แต่อาการเหล่านี้จะหายไปเองภายใน 1-2 วัน และจะเห็นผลทันทีหลังการฉีด

แต่ฟิลเลอร์บางชนิดอาจไม่เห็นผลในทันทีหลังฉีด แต่จะค่อย ๆ กระตุ้นให้ผิวหนังสร้างคอลลาเจนขึ้นมาเอง สารฟิลเลอร์ประเภทนี้ เช่น สารโพลีอัลคิลลิไมด์ (Polyalkylimide) สารโพลีแลคติกแอซิด (Poly lactic acid )

 

ระยะเวลาในการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาที่เป็นผล

การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาจะเห็นผลชัดที่สุดในวันที่ 5 ของการฉีด และผลลัพธ์ของการฉีดสามารถอยู่ได้นานถึง 6 เดือน ถึง 2 ปี หรือนานกว่านั้น ขึ้นอยู่กับสารฟิลเลอร์ที่ฉีด การดูแลหลังการฉีด ซึ่งผลที่ได้ขึ้นอยู่กับแต่ละคนด้วย

รูปก่อนทำ และหลังทำ
CR. https://www.drfirouz.com/procedures/injectable-fillers/

รูปก่อนทำ และหลังทำ

จะเห็นว่าเห็นผลลัพธ์ได้ทันทีหลังทำ สามารถเห็นผลได้ทันทีหลังจากการฉีดเข้าไป จากรูปด้านบนที่นำมารีวิวจะเห็นว่าใต้ตาคล้ำและมีถุงใต้ตา หลังทำเพียง 1 วัน ก็สามารถเห็นผลได้อย่างชัดเจน ภายใน 2 เดือนรอยคล้ำและถุงใต้ตาหายไป

ใบหน้าดูอวบอิ่มอย่างเป็นธรรมชาติ และเนื่องจากสารฟิลเลอร์ที่ใช้ฉีดจะมีความคงตัวทันที หากฉีดเข้าไปแล้วยังให้ผลลัพธ์ไม่เต็มที่สามารถฉีดเพิ่มเข้าไปได้ ไม่ต้องผ่าตัด ก็สามารถแก้ไขปัญหาริ้วรอยหรือใบหน้าที่มีความบกพร่องได้อย่างดีเยี่ยม

 

ข้อดีของการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

-การฉีดฟิลเลอร์ให้ผลลัพธ์ที่รวดเร็วทันใจ ใช้เวลาน้อย ไม่จำเป็นต้องพักฟื้น

-สามารถปรับโครงสร้างใบหน้าให้ได้รูป

-ช่วยเติมเต็มจุดบกพร่อง เช่น ริ้วรอย ร่องลึกรอบดวงตา มุมปาก แก้มตอบ หลุมสิว ให้เต่งตึงมากยิ่งขึ้น ทำให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ในทันทีที่ฉีด แก้ปัญหารอยแผลเป็น

-ไม่ต้องพักฟื้น เพราะเป็นการฉีดสารไม่ใช่การผ่าตัดและ เป็นวิธีที่ทำได้ง่าย ไม่ต้องเตรียมตัวใดๆ ฉีดเสร็จกลับบ้านได้เลย

-หากเลือกฟิลเลอร์ที่ได้รับการรับรองจาก อย. จะมีความปลอดภัย ไม่มีปัญหาตกค้างในร่างกาย สามารถสลายไปตามธรรมชาติ และไม่ทำให้เกิดอาการแพ้

 

ข้อเสียของการ ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

-หากใช้ฟิลเลอร์ที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือไม่ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยา อาจทำให้เกิดการติดเชื้อ หรือมีความเสี่ยงในบริเวณที่ฉีดได้

-ผลของการฉีดอยู่ได้ไม่นาน ต้องมีการฉีดซ้ำเพื่อผลลัพธ์ที่ต่อเนื่อง

-เสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนหากผู้ฉีดไม่มีความเชี่ยวชาญ

หากแพทย์ที่ทำการฉีดฟิลเลอร์ไม่มีความเชี่ยวชาญมากพอ อาจทำให้สารฟิลเลอร์เข้าไปอุดตันเส้นเลือด และเป็นอันตรายได้ โดยเฉพาะบริเวณดวงตา หากไม่มีประสบการณ์ในการฉีดมากพอ อาจทำให้ตาบอดได้อย่างถาวร

วิธีดูแลตนเองหลังฉีดฟิลเลอร์
CR. https://www.byrdie.com/lip-injections-botox

วิธีดูแลตนเองหลังฉีดฟิลเลอร์

-ในบางรายอาจมีอาการบวมแดงในบริเวณที่ฉีด ไม่จำเป็นต้องกังวล อาการจะหายไปภายใน 2 วัน

-หลีกเลี่ยงการใช้ยากลุ่มแอสไพริน หรือยาแก้ปวดข้อบางชนิด เป็นเวลา 2 วัน

-หลังการฉีดฟิลเลอร์ 12 ชั่วโมง ไม่ควรแต่งหน้า หรือใช้ครีมบำรุงทุกชนิด

-ภายใน 48 ชั่วโมงแรก ยังไม่ควรออกกำลังกาย

-หลีกเลี่ยงการสัมผัสความร้อน

 

ข้อควรระวังในการฉีดฟิลเลอร์

-ปัจจุบันมีสารที่มีลักษณะคล้ายฟิลเลอร์ออกมามากมาย ดังนั้นจึงควรขอแพทย์ตรวจสอบฟิลเลอร์ทุกครั้งก่อนฉีด เพื่อลดความเสี่ยงจากผลข้างเคียงที่จะเกิดขึ้น

ปกติแล้วแพทย์จะแกะกล่องฟิลเลอร์ต่อหน้าคนไข้ เพื่อให้คนไข้สามารถตรวจสอบได้ด้วยตัวเอง ตรวจสอบยี่ห้อ Lot Serial No. รวมถึงหมายเลขอ้างอิงต่างๆ ซึ่งจะตรงกันทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นหน้ากล่อง ในกล่อง หรือตัวเข็ม

-เลือกใช้บริการจากแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ รวมถึงเลือกสถานที่ให้บริการที่ได้มาตรฐาน และเชื่อถือได้

-สตรีมีครรภ์หรือกำลังให้นมบุตร และผู้ที่มีปัญหาเลือดออกแล้วหยุดยาก ไม่ควรฉีดฟิลเลอร์

 

ผลข้างเคียงของฟิลเลอร์ใต้ตา

ส่วนใหญ่แล้วจะเกิดจากแพทย์ไม่มีเทคนิคการฉีดและไม่มีชำนาญในด้านการฉีดอาจทำผิวไม่เรียบเนียน อาจสามารถคลำได้ หรือเห็นเป็นตุ่ม ซึ่งอาจจะเกิดจากการเลือกฟิลเลอร์ที่ไม่เหมาะสมกับตำแหน่ง ทำให้ฟิลเลอร์จับตัวเป็นก้อน

บทสรุป

การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา อาจมีความเสี่ยงมากกว่าบริเวณอื่น ดังนั้นก่อนทำการฉีดฟิลเลอร์ควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียด ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของการเลือกคลินิก แพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญและยี่ห้อของฟิลเลอร์ เพื่อความปลอดภัยและผลกระทบที่ตามมา