HealthDoo.Today

เว็บไซต์ความรู้ด้านสุขภาพ และความงาม

แว๊กขนมีข้อดีข้อเสียในการทำอย่างไร และทำอย่างไรบ้าง

แว๊กขน

สำหรับสาว ๆ ที่มีปัญหาขนแขน หรือขนขายาวเวลาใส่กระโปรงหรือกางเกงขาสั้นทำให้ขาดความมั่นใจ และไหนจะปัญหาขนรักแร้ที่บางครั้งจะยกแขนก็ไม่กล้าเพราะกลัวคนเห็น

แว๊กขน
CR. https://thegirl.co/sg/beauty/best-brazilian-laser-hair-removal/

และเราเชื่อว่าทุกคนที่มีปัญหานี้ต้องรู้จักวิธีการกำจัดขนด้วยการ “แว๊กขน” เพราะการแว๊กขนเป็นวิธีที่ทำกันมานาน สะดวก และหากไม่อยากไปใช้บริการสถานเสริมความงามต่าง ๆ ก็มีแว๊กชนิดที่สามารถซื้อมาทำเองที่บ้านได้ สาว ๆหลายคนจึงเลือกใช้วิธีนี้ในการกำจัดขน

สามารถแว๊กขนบริเวณไหนได้บ้าง

การแว๊กขนสามารถทำได้ทุกจุดที่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็น หนวด แขน ขา หน้าอก หลัง และขอบบิกินี่

การแว๊กขนสามารถแบ่งออกได้ 2 ชนิด คือ

1.การแว๊กเย็น

การแว๊กชนิดนี้จะเป็นครีมบรรจุในกระปุกสามารถหาซื้อได้ง่ายตามท้องตลาดที่ขายเครื่องสำอางทั่วไปและมีให้เลือกหลายยี่ห้อ

วิธีการแว๊ก คือ ใช้ครีมป้ายให้ทั่วแขน หรือขา หรือบริเวณที่ต้องการกำจัดขนส่วนเกินให้ทั่วเท่าที่คุณต้องการแว๊ก เสร็จแล้วใช้ผ้าหรือสำลีแผ่นวางทับแล้ว

ใช้มือรีดให้ติดกับผิวหนังบริเวณที่เราทาแล้วทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาทีแล้วลอกออก การลอกออกให้ลอกตามแนวย้อนรอยขนและขนก็จะหลุดออกมา การแว๊กขนด้วยวิธีนี้สามารถแว๊กได้เดือนละ 1 ครั้งค่ะ

ข้อดีข้อเสียของการแว๊กเย็น

ข้อดีของการเว๊กเย็น

-วิธีการทำไม่ยุ่งยาก

-สามารถทำเองได้ที่บ้าน

-ตอนลอกแว๊กออกจากผิวไม่เจ็บมาก

-ประหยัด 1 กระปุกสามารถใช้ได้หลายครั้ง

ข้อเสียของการแว๊กเย็น

-การลอกออกสามารถทำให้ขนขาดง่าย

-ลอกไม่ถูกวิธีอาจจะทำให้ขนไม่หลุดแต่เราจะได้ความเจ็บมาแทน

-อาจจะทำให้รู้สึกคันหลังจากแว๊กขนไป 2-3 วัน

-จะทำให้จนที่ออกมาใหม่แข็งกว่าเดิม

2. แว๊กร้อน

แว๊กชนิดนี้สามารถหาซื้อได้ง่ายตามร้านขายเครื่องสำอางทั่วไป

วิธีการแว๊ก คือ นำแว๊กไปอุ่นในไมโครเวฟให้ร้อน นำมาป้ายที่แขนหรือขา หรือบริเวณที่ต้องการกำจัดขนส่วนเกิน ใช้ผ้าหรือแผ่นสำลีวางทับ รีดให้แนบไปกับผิว

และทิ้งแว๊กไว้ตามเวลาที่บรรจุภัณฑ์กำหนด แล้วลอกแผ่นผ้าหรือแผ่นสำลีออก การแว๊กกำจัดขนชนิดนี้สามารถทำซ้ำได้เมื่อครบ 3-6 สัปดาห์หลังจากการทำครั้งแรกค่ะ

ข้อดีข้อเสียของการแว๊กร้อน

ข้อดีของการแว๊กร้อน

-แว็กร้อนสามารถยึดติดกับเส้นขนแต่ละเส้นได้ดีกว่าแว็กเย็น

-เมื่อดึงออกจึงทำให้เส้นขนหลุดออกมาทั้งราก ทั้งโคน

-ไม่ทำให้เส้นขนขาดค้างไว้ที่ผิว

-สามารถกำจัดขน ที่มีความยาวไม่มากได้ง่าย

-ขนที่ขึ้นมาใหม่จะบางลงเรื่อย ๆเมื่อแว็กสม่ำเสมอ

-เนื่องจากรากขนได้ถูกทำลายอย่างหมดจด อยู่เรื่อย ๆ ไม่สามารถสร้างเส้นขนหนา ๆ แข็ง ๆได้อีก

-ผิวไม่ระคายเคืองจากการดึงขนเพราะแว็กยึดติดกับเส้นขนแต่ละเส้นได้ดีและความอุ่นของแว็กทำให้รูขุมขนเปิดสามารถฉุดขนขึ้นมาได้อย่างง่าย และนุ่มนวลไม่กระทบกระเทือนผิว

-ไม่คันเวลาที่ขนออกใหม่

-ราคาประหยัด

ข้อเสียของการแว๊กร้อน

-มีขั้นตอนการทำที่ยุ่งยาก

-ระหว่างลอกขนจะรู้สึกเจ็บ

และนอกจากการแว๊กร้อนและแว๊กเย็นแล้วยังมีสูตรการแว๊กขนด้วยวิธีธรรมชาติที่เราสามารถทำเองได้ที่บ้านอยากรู้แล้วใช่ไหมคะว่ามีสูตรอะไรบ้าง พร้อมแล้วเราไปดูสูตรการแว๊กขนด้วยสูตรธรรมชาติกันต่อเลยค่ะ

การแว๊กขนด้วยสูตรธรรมชาติ
CR. https://www.destinationskin.com/blog/guide-laser-hair-removal/

การแว๊กขนด้วยสูตรธรรมชาติ

1.สูตรน้ำตาลทรายแดง มะนาว

สูตรนี้นำน้ำตาลทรายแดงมาประมาณ 4-6 ช้อนโต๊ะมาเคี้ยวกับน้ำมะนาวประมาณ 2-3 ลูกและผสมน้ำเปล่าประมาณครึ่งด้วยแล้วเคี้ยวจนเหนียวแล้วนำมาพักให้พออุ่น

วิธีการแว๊กขนด้วยสูตรนี้ คือ เมื่อพักให้พออุ่นแล้วให้นำมาพอกบริเวณที่ต้องการกำจัดขนเมื่อพอกเสร็จก็ใช้ผ้ามาวางทับแล้วรีดให้ติดกับผิวที่เราต้องการแว๊กและทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที

แล้วลอกออกโดยดึงย้อนตามแนวขน วิธีนี้นอกจากจะกำจัดขนในบริเวณที่ไม่ต้องการแล้ว หลังขนงอกใหม่สีจะจางลงและขนอ่อนลงกว่าเดิมอีกด้วยค่ะ

สูตรน้ำตาลทรายแดง มะนาว

2.สูตรปูนแดง

สูตรนี้ใช้กันมานานตั้งแต่โบราณ และปูนแดงมีฤทธิ์ทางร้อนและรัดตึงผิว

วิธีการแว๊กขนด้วยสูตรนี้คือ นำปูนแดงชนิดเดียวกับที่ใช้สำหรับเคี้ยวหมากประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ มาผสมน้ำเปล่าให้ข้นพอควร นำมาพอกบริเวณที่ต้องการกำจัดขน ใช้สำลีแผ่นหรือผ้าฝ้ายแปะทั่วบริเวณที่จะกำจัดขนทิ้งไว้จนแห้ง 15 นาที

แล้วลอกออก หากขนบริเวณที่จะลอกขาดให้ใช้วิธีถอนขนช่วย วิธีนี้จะช่วยให้ขนที่จะขึ้นใหม่ลดลงจากเดิม สีขนจางลง ขนที่งอกใหม่จะอ่อนลงกว่าเดิม สามารถแว๊กขนด้วยวิธีนี้ได้เดือนละ 1-2 ครั้ง ขนจะลดลง และหมดไปในที่สุดค่ะ

สูตรปูนแดง
CR. http://bitcoretech.com/make-red-lime-water-in-budget-5/make-red-lime-water-1/

 

วิธีเตรียมตัวก่อนการแว๊กขนต้องทำอย่างไร

ก่อนจะแว๊กขนควรละเว้นการสครับผิว การทำสปา และการอบซาวน่า ในช่วง 2-3 วันก่อนเข้ารับการแว็กขน และควรงดการทาโลชันก่อนการแว๊กขนค่ะ

การแว๊กขนไม่เหมาะกับใครบ้าง

การแว๊กขนไม่เหมาะกับผู้ป่วยโรคเบาหวาน ผู้ที่มีผิวบอบบาง แพ้ง่าย หรือผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบไหลเวียนของเลือด ไม่ควรแว็กขณะตั้งครรภ์หรือมีประจำเดือน ภายหลังการแว็ก ไม่ควรอาบน้ำอุ่น และให้พยายามหลีกเลี่ยงแสงแดด

ข้อดีของการแว๊กขน

-ไม่ระคายเคืองผิวหนัง เหมือนการโกนด้วยใบมีดโกน และไม่ขึ้นเป็นตุ่มตอ หรือเป็นหนังไก่ เหมือนการถอน

-ผิวเรียบเนียน และกระจ่างใสขึ้นเนื่องจากเป็นการผลัดเซลล์ผิวชั้นบนช่วยทำให้สิ่งสกปรกหลุดออกไปด้วย โดยเฉพาะบริเวณคิ้วจะได้โครงคิ้วที่โดดเด่น และชัดเจนยิ่งขึ้นและถ้าหากเป็นบริเวณหนวดการโกนจะทำให้ขนที่ขึ้นใหม่เป็นตอ

ข้อดีของการแว๊กขน
CR. https://exactviral.com/hairs-with-laser-hair-removal-sydney/

แต่การกำจัดขนด้วยแว็กนั้น ขนที่ขึ้นใหม่ จะไม่เป็นตอแข็งแต่ขนจะมีลักษณะบางลงเรื่อย ๆ อีกด้วย

-ช่วยทำให้ขนขึ้นช้ากว่าการกันหรือถอน เพราะการแว็ก จะทำให้เส้นขนหลุดออกมาทั้งรากรูขุมขนจึงต้องใช้เวลาในการฟื้นฟูรากขนให้งอกกลับมาใหม่ ซึ่งอาจใช้เวลา 2-4 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับสภาพเส้นขนของแต่ละคน

-ช่วยประหยัดเวลาและสามารถกำจัดขนได้ครั้งละมาก ๆ และหมดจด

-สามารถกำจัดขนได้ทุกส่วนของร่างกายไม่ว่าจะเป็นพื้นที่เล็ก ๆ อย่าง คิ้ว หนวด บิกินี่หรือพื้นที่ใหญ่อย่าง แขน ขา หลังได้อย่างง่ายดาย

ข้อเสียของการแว๊กขน

-เจ็บมากเมื่อแว๊กครั้งแรก

-ใช้อุปกรณ์หลายอย่าง

-มีความยุ่งยากในการเตรียมการ

การดูแลผิวหนังหลังแว็กขน

-หลังการแว๊กขนอาจมีอาการแดงหรือเป็นตุ่มแดงคุณอย่าตกใจเพราะอาการแดงเหล่านี้จะหายไปเองภายใน 1-2 ชั่วโมง แต่สำหรับผู้ที่ผิวบอบบางมากกว่าปกติ อาจจะใช้เวลามากถึง 4-5 ชั่วโมงถึงจะหาย

-ไม่ควรให้ผิวสัมผัสกับความร้อน 24 ชั่วโมง เช่น โยคะร้อน ออนเซ็น ซาวน่า สตรีม อาบน้ำร้อนจัด

-ไม่ควรลงไปเล่นในสระหากรูขุมขนไม่ปิดอาจจะทำให้เสี่ยงต่อรูขุมขนอักเสบได้แต่ถ้าอยากเล่นน้ำในสระจริง ๆ ต้องดูให้แน่ใจว่ารูขุมขนปิดแล้วจริง ๆ จึงสามารถเล่นน้ำในสระได้

-ไม่ควรใส่ชั้นในและกางเกงที่คับ หรือรัดแน่นจนเกินไป

-อาจมีอาการคันตามมา ซึ่งการแว็กจะคันน้อยกว่าการโกนมาก จึงต้องสครับ เพื่อเปิดหน้าผิวหลังการแว็ก เพื่อให้ขนใหม่ขึ้นได้ดีสะดวกขึ้น

-ดูแลผิวบริเวณที่แว็ก ด้วยการทาโลชัน เพื่อเพิ่มผิวให้ชุ่มชื้นตลอดเวลา

บทสรุป

หลังการแว๊กขนทุกครั้งอย่าลืมทำความสะอาดผิวบริเวณที่แว๊กและทาครีมบำรุงผิวเพื่อลดการระคายเคืองทุกครั้ง และควรงดการใช้ครีมที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์หรือสารเคมี บริเวณที่แว๊กขนประมาณ 2-3 วัน

เพื่อลดการอักเสบ ระคายเคืองเพิ่ม เพื่อที่เราจะได้มีผิวเนียนใสไร้ขนและกลับมามั่นใจในการสวมใส่เสื้อแขนสั้นหรือกระโปรงอีกครั้งค่ะ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก..
1. http://www.pikool.com/4-วิธีแว๊กขนที่ได้ผลดี-และปลอดภัย/
2. https://today.line.me/th/pc/article/เรียกให้ถูก+ชวนรู้จัก+Bikini+Wax+ทั้ง+5+แบบ+ก่อนขึ้นเขียงขจัดขนส่วนเกิน-Wnl7Bg